แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เจอฝันร้ายคาโอลด์ แทรฟฟอร์ด หลังเปิดบ้านแพ้ ไบรท์ตัน 2-3 ในศึกคาราบาว คัพ รอบ 3 ทั้งที่ออกนำไปก่อนถึง 2-0 ส่งผลให้ทีมตกรอบถ้วยรายการนี้ตั้งแต่รอบแรกอีกครั้ง และเพิ่มแรงกดดันให้กับ ไมเคิล คาร์ริค อย่างหนัก
แมนยูออกตัวแรง นำ 2-0 ตั้งแต่ 10 นาทีแรก
เกมทำท่าว่าจะเป็นงานง่ายสำหรับเจ้าถิ่น หลัง เชีย ลาเซย์ และ เมสัน เมาท์ ช่วยกันยิงให้ แมนฯ ยูไนเต็ดขึ้นนำ 2-0 ภายในเวลาเพียง 10 นาที
แต่หลังจากนั้นเกมกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ยูไนเต็ดเริ่มเสียการควบคุม ขณะที่ไบรท์ตันค่อย ๆ กลับเข้าสู่เกม และสร้างโอกาสกดดันเจ้าบ้านได้ต่อเนื่อง
ช่วงท้ายครึ่งแรก ชาราลัมปอส คอสตูลา ยิงให้ไบรท์ตันไล่มาเป็น 1-2 ก่อนที่สถานการณ์ของเจ้าบ้านจะพังลงในครึ่งหลัง
ไบรท์ตันรัว 3 ลูก พลิกนรกแซงชนะ
ครึ่งหลังกลายเป็นหนังคนละม้วน เมื่อไบรท์ตันเดินหน้าบุกใส่ แมนฯ ยูไนเต็ดอย่างต่อเนื่อง
ปาสกาล โกรสส์ ยิงตีเสมอเป็น 2-2 ก่อนที่ แม็กซิม เดอ ไคเปอร์ จะซัดประตูแซง 3-2 ในนาทีต่อมา ทำให้แฟนบอลในโอลด์ แทรฟฟอร์ดถึงกับเงียบกริบ
ยูไนเต็ดพยายามเร่งเกมในช่วงท้าย และส่ง บรูโน่ แฟร์นันด์ส ลงมาแก้สถานการณ์ แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถตีเสมอได้ โดย มาร์คัส แรชฟอร์ด มีโอกาสหลุดเดี่ยว แต่ยิงไม่ผ่านผู้รักษาประตูไบรท์ตัน
จากชัยชนะ 2-0 กลายเป็นแพ้ 2-3 และต้องจบเส้นทางคาราบาว คัพ ตั้งแต่รอบ 3
สถิติสุดช็อก แมนยูนำ 2-0 ในบ้านแต่แพ้ครั้งแรกในรอบ 50 ปี
ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ไม่ได้เจ็บแค่เรื่องตกรอบ เพราะ แมนฯ ยูไนเต็ดสร้างสถิติที่ไม่น่าอยากจดจำ
นี่เป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปี ที่ ยูไนเต็ดขึ้นนำคู่แข่ง 2-0 ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด แต่สุดท้ายกลับเป็นฝ่ายแพ้ โดยครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในเดือนกันยายน 1976 ซึ่งตอนนั้นเป็น ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ที่พลิกกลับมาชนะด้วยสกอร์ 3-2 เช่นกัน
แรงกดดันถาโถมใส่ คาร์ริค
ผลการแข่งขันยิ่งเพิ่มคำถามเกี่ยวกับสถานการณ์ของ ไมเคิล คาร์ริค หลัง แมนฯ ยูไนเต็ดออกสตาร์ตพรีเมียร์ลีกด้วยผลงานชนะเพียง 1 จาก 4 นัดแรก
การแพ้ไบรท์ตันทั้งที่นำถึง 2-0 ทำให้เสียงวิจารณ์เพิ่มขึ้นอีก และแฟนบอลบางส่วนส่งเสียงโห่หลังจบเกม
คาร์ริคยอมรับหลังเกมว่าทีมต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น และบอกว่าความรู้สึกหลังเกมนั้นไม่ดีเลย พร้อมยืนยันว่าทีมจำเป็นต้องกลับมาชนะให้ได้โดยเร็ว
เกมต่อไปกับฟูแล่มสำคัญขึ้นมาทันที
แมนฯ ยูไนเต็ดไม่มีเวลาจมกับความผิดหวัง เพราะเกมพรีเมียร์ลีกนัดต่อไปต้องออกไปเยือน ฟูแล่ม ในวันอาทิตย์นี้
สถานการณ์จึงเริ่มมีความกดดันมากขึ้น เพราะหากยังสะดุดต่อเนื่อง คำถามเกี่ยวกับผลงานของคาร์ริคและทิศทางของทีมก็มีโอกาสเพิ่มขึ้นอีก
อย่างไรก็ตาม ยูไนเต็ดมีสถิติที่ดีในการเจอกับฟูแล่ม เพราะไม่แพ้ที่ Craven Cottage มาตั้งแต่ปี 2009
ตอนนี้สิ่งที่ แมนฯ ยูไนเต็ดต้องทำให้ได้คือหยุดความผิดพลาดและเรียกความมั่นใจกลับมาให้เร็วที่สุด ก่อนที่สถานการณ์ช่วงต้นฤดูกาลจะยิ่งกดดันมากกว่าเดิม
ที่มา: Reuters / sky sport / The Guardian
เรียบเรียง: PMmanager
ภาพประกอบ: PMmanager
