แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เดินหน้ารีบิลด์ทีมแบบจริงจัง หลังคว้าตัว Carlos Baleba กองกลางจากไบรท์ตันมาร่วมทีม ด้วยค่าตัวรวมสูงสุด 70 ล้านปอนด์
ดีลนี้ไม่ใช่แค่การเสริมทีมธรรมดา แต่เป็นอีกหนึ่งชิ้นส่วนสำคัญในแผนสร้าง “แมนยูยุคใหม่” ภายใต้การคุมทีมของ Michael Carrick
แมนยูทุ่ม 70 ล้านปอนด์ คว้า Baleba
Baleba เซ็นสัญญากับแมนยู 5 ปี พร้อมออปชันขยายเพิ่มอีก 1 ปี โดยดีลแบ่งเป็นค่าตัวเบื้องต้น 65 ล้านปอนด์ + โบนัส 5 ล้านปอนด์
กองกลางวัย 22 ปีรายนี้มีประสบการณ์เล่นในพรีเมียร์ลีกกับไบรท์ตันมาแล้ว ทำให้แมนยูได้ผู้เล่นที่พร้อมใช้งานทันที
ทำไมแมนยูถึงเลือก Baleba?
จุดเด่นของ Baleba คือ พละกำลัง เกมรับ และการพาบอลขึ้นหน้า แถมยังมีความคล่องตัวและเล่นได้ทั้งเกมรับและเกมรุก
นี่คือคุณสมบัติที่แมนยูขาดไปในแดนกลาง และเป็นเหตุผลสำคัญที่สโมสรตัดสินใจทุ่มเงินก้อนใหญ่เพื่อคว้าตัวเขา
Baleba คือส่วนหนึ่งของแผน “รีบิลด์” แมนยู
แมนยูไม่ได้เสริม Baleba เพียงคนเดียว แต่ก่อนหน้านี้ยังดึง Youri Tielemans และ Andrey Santos เข้ามาเติมแดนกลางด้วย
การเสริม 3 รายในตำแหน่งเดียวกัน แสดงให้เห็นชัดเจนว่า Carrick ต้องการยกระดับแดนกลางของทีมแบบจริงจัง
Baleba จะเล่นร่วมกับ Bruno Fernandes ยังไง?
การมี Baleba อยู่ด้านหลังมากขึ้น จะช่วยให้ Bruno Fernandes มีอิสระขึ้นในการเดินเกมรุกและสร้างสรรค์โอกาส
ขณะที่ Baleba สามารถช่วยตัดเกม เก็บบอล และพาบอลขึ้นหน้า ทำให้แดนกลางของแมนยูมีความสมดุลมากกว่าเดิม
แมนยูยังต้องเสริมทีมอีกไหม?
แม้จะได้ Baleba มาแล้ว แต่การรีบิลด์ของแมนยูยังไม่จบง่าย ๆ
สโมสรยังต้องดูว่าขุมกำลังชุดใหม่จะลงตัวแค่ไหน โดยเฉพาะการทำให้แดนกลางเชื่อมกับเกมรุกและแนวรับได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Baleba จะเปลี่ยนแมนยูได้แค่ไหน?
นี่คือคำถามที่แฟนปีศาจแดงต้องรอดู
ค่าตัวระดับ 70 ล้านปอนด์ มาพร้อมความคาดหวังมหาศาล และ Baleba จะต้องพิสูจน์ตัวเองว่าเขาคือหนึ่งในแกนหลักของ แมนยูยุคใหม่ ได้จริงหรือไม่
สรุป
การคว้า Carlos Baleba คืออีกหนึ่งสัญญาณว่าแมนยูเริ่มเดินหน้ารีบิลด์ทีมอย่างจริงจัง
ทั้งพละกำลัง เกมรับ และความสามารถในการพาบอล ทำให้ Baleba มีโอกาสกลายเป็นกำลังหลักในแดนกลางของทีม
ตอนนี้เหลือแค่คำตอบเดียวว่า Baleba จะช่วยพาแมนยูกลับไปลุ้นความสำเร็จในพรีเมียร์ลีกได้หรือไม่?
ที่มา: Manchester United / Sky Sports และ The Guardian
เรียบเรียง: PMmanager
ภาพประกอบ: PMmanager
