Arsenal มัดตัว Arteta ถึงปี 2030
อาร์เซนอลได้ข่าวดีครั้งใหญ่ หลังสโมสรประกาศอย่างเป็นทางการว่า Mikel Arteta เซ็นสัญญาฉบับใหม่และจะคุมทีมต่อไปจนถึง เดือนมิถุนายน 2030
การต่อสัญญาครั้งนี้ถือเป็นการยืนยันชัดเจนว่า “ปืนใหญ่” ยังเชื่อมั่นในแนวทางของ Arteta และต้องการให้กุนซือชาวสเปนเป็นคนเดินหน้าโปรเจกต์ระยะยาวของสโมสรต่อไป
จากวันที่ทีมกำลังมีปัญหา สู่การพา Arsenal กลับมาคว้าแชมป์
Arteta เข้ามารับงานคุม Arsenal ในเดือนธันวาคม 2019 ในช่วงที่ทีมกำลังเจอปัญหาและผลงานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ก่อนค่อย ๆ สร้างทีมขึ้นมาใหม่จนกลับมาเป็นหนึ่งในทีมชั้นนำของพรีเมียร์ลีก
ฤดูกาลที่ผ่านมา Arteta พา Arsenal คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ ซึ่งเป็นแชมป์ลีกครั้งแรกของสโมสรในรอบ 22 ปี นอกจากนี้ยังพาทีมผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศแชมเปียนส์ลีกอีกด้วย
ผลงานที่ทำให้สโมสรยังเชื่อมั่น
ภายใต้การคุมทีมของ Arteta อาร์เซนอลกลับมาเป็นทีมลุ้นแชมป์อย่างต่อเนื่อง โดยทีมจบอันดับ 2 ในพรีเมียร์ลีกถึง 3 ฤดูกาลติดต่อกัน ก่อนจะก้าวไปถึงแชมป์ลีกได้ในที่สุด
Arteta ยังมีสถิติชนะประมาณ 62.05% จาก 361 เกม ซึ่งถือเป็นเปอร์เซ็นต์ชนะที่ดีที่สุดในบรรดาผู้จัดการทีม Arsenal แบบเต็มเวลาทั้งหมด
Arteta ลั่น! นี่เพิ่งเป็นจุดเริ่มต้น
หลังเซ็นสัญญาใหม่ Arteta แสดงความดีใจที่ได้ฝากอนาคตไว้กับ Arsenal ต่อไป พร้อมย้ำถึงความผูกพันที่มีต่อสโมสรและแฟนบอล
กุนซือวัย 44 ปีมองว่า Arsenal ได้สร้างความสัมพันธ์และความทรงจำที่พิเศษร่วมกันมาแล้ว และสิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือ นี่อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของสิ่งที่ทีมสามารถทำได้ในอนาคต
Arsenal วางเป้าสร้าง “ยุคแห่งชัยชนะ”
ichard Garlick ซีอีโอของ Arsenal ระบุว่าสโมสรต้องการสร้างยุคแห่งความสำเร็จร่วมกับ Arteta หลังจากการเปลี่ยนแปลงทีมในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเริ่มเห็นผลอย่างชัดเจน
ดังนั้นการต่อสัญญาครั้งนี้ไม่ได้เป็นแค่การรั้งกุนซือคนสำคัญเอาไว้ แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณว่า Arsenal ต้องการรักษาความต่อเนื่องและเดินหน้าลุ้นความสำเร็จในระยะยาว
ข่าวดีของ Arsenal ก่อนกลับมาเล่นพรีเมียร์ลีก
ตอนนี้ Arsenal รั้งอันดับ 2 ของพรีเมียร์ลีก และจะกลับมาลงสนามหลังพักเบรกทีมชาติด้วยการเปิดบ้านพบ Leeds United ในวันที่ 10 ตุลาคม
การต่อสัญญาของ Arteta จึงถือเป็นข่าวดีสำหรับแฟนบอล “ปืนใหญ่” ก่อนเข้าสู่ช่วงสำคัญของฤดูกาล เพราะสโมสรเลือกที่จะเดินหน้ากับกุนซือคนเดิมและโปรเจกต์เดิมอย่างเต็มตัว
ที่มา: Arsenal / Reuters / Premier League / The Guardian
เรียบเรียง: PMmanager
ภาพประกอบ: PMmanager
